Local Thunders จะไปถึง Global Transformation ได้อย่างไร? คุยกับกรรมการ CMDW2026
เผยแพร่เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Local Thunders จะไปถึง Global Transformation ได้อย่างไร?
คุยกับกรรมการ CMDW 2026 ว่าด้วยความท้าทายของนักสร้างสรรค์ภาคเหนือ
Local Thunders, Global Transformation คือแนวคิดของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 หรือ Chiang Mai Design Week 2026 ปีนี้ ซึ่งฉายภาพของเสียงฟ้าร้องจากท้องถิ่นภาคเหนือ ในฐานะพลังสร้างสรรค์ที่ก่อตัวขึ้นจากรากเหง้าและภูมิปัญญาของพื้นที่ ก่อนแผ่ขยายแรงสะเทือนสู่แรงขับเคลื่อนที่พลิกโฉมและสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับสากล
ภายหลังเปิด Open Call คัดเลือกผลงานจากเหล่านักสร้างสรรค์ที่จะมาร่วมจุดประกายพลังงานใหม่ในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ปีนี้ เรามีโอกาสพูดคุยกับ 2 ใน 5 คณะกรรมการคัดเลือกผลงานประเภท Design Showcases and Exhibitions ได้แก่ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง Dots Design Studio และอังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปินและผู้ก่อตั้ง Artist + Run Gallery ถึงภาพรวมของผลงานที่ผ่านการคัดสรร และความคาดหวังที่อยากเห็นผลงานเหล่านั้นสะท้อนภาพ Local Thunders สู่ Global Transformation ได้อย่างแท้จริง

กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ย้อนกลับไปในปีแรกที่มีการจัดงาน กฤษณ์เคยนำผลงานจากสตูดิโอของเขา และผลงานของกลุ่ม Design Plant มาจัดแสดง และต่อมา เขาก็เป็นผู้ร่วมชมงานแทบทุกปีมานับทศวรรษ ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้เขายังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือกผลงานในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week) ด้วย และนี่คือมุมมองของกฤษณ์ในฐานะกรรมการคัดเลือก ผู้อยากเห็นโอกาสของนักสร้างสรรค์ไทยจากการจัดเทศกาลครั้งนี้
“ผมสนใจในงานออกแบบในฐานะเครื่องมือยกระดับวัตถุหรือเครื่องใช้ทั่ว ๆ ไปที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว ให้มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น พร้อมไปกับรูปลักษณ์ที่ตอบสนองกับรสนิยมของยุคสมัยมากขึ้น ความสนใจนี้สอดคล้องไปกับที่เหล่านักสร้างสรรค์ท้องถิ่นส่วนใหญ่กำลังทำอยู่ คือการนำอัตลักษณ์หรือคาแรกเตอร์ท้องถิ่นที่มีความยูนีก (Unique) มาต่อยอด แต่ความยูนีกนี้เองก็มีทั้งข้อดีและไม่ดี เอาข้อดีก่อน พอเราเลือกโจทย์การสร้างสรรค์ที่มันโลคัลมาก ๆ มันอาจจะสื่อสารกับคนท้องถิ่นหรือคนที่มีพื้นเพวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในมุมที่ผมทำงานเชิงพาณิชย์ ภาษาในการสื่อสารนี้มันอาจเฉพาะตัวเกินไป ทำให้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
ในเรื่องนี้การหาสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับความเป็นสากลจึงสำคัญ ซึ่งเทศกาลงานออกแบบมันพยายามค้นหาสิ่งนี้มาตลอด ที่ผ่านมาเทศกาลฯ ก็พยายามเชื่อมกับเครือข่ายนักสร้างสรรค์นานาชาติผ่านการจัด International Pavillion มาตลอด โดยอีกสิ่งที่ผมมองว่ามันน่าจะช่วยได้ คือเราอาจต้องทำให้เทศกาลฯ มีความเป็นพาณิชย์มากขึ้น
ยกตัวอย่าง Milan Design Week ที่อิตาลี เราจะเห็นภาคธุรกิจมาร่วมอีเวนต์ค่อนข้างมาก แบรนด์รถยนต์อย่าง Audi, Peugeot หรือ Mazda หรือกระทั่งแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ใหญ่ ๆ เข้ามาเปิดบูธหรือพาวิลเลียน ควบคู่ไปกับแบรนด์ดีไซน์ของอิตาลี และโชว์เคสของศิลปินและนักออกแบบท้องถิ่น
มองในแง่หนึ่งมันก็เหมือนการเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ขายของ แต่ในฐานะเทศกาลที่มีการคัดกรองเนื้อหาให้ตอบโจทย์กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สิ่งนี้มันทำให้ผลงานของคนตัวเล็ก ๆ ถูกเห็นจากผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เช่นเดียวกับที่คนตัวเล็ก ๆ จะได้เห็นนวัตกรรมของแบรนด์ระดับนานาชาติ มันช่วยสร้างทั้งบทสนทนา และช่องทางที่จะทำให้งานสร้างสรรค์ท้องถิ่นสามารถเจอที่ทางที่ทำให้ผลงานพัฒนาในวงกว้างได้มากขึ้น
แน่นอน ที่ผ่านมาเทศกาลออกแบบเชียงใหม่เริ่มมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นแบรนด์ธุรกิจระดับประเทศมากขึ้นแล้ว แต่ผมคิดว่าถ้าเราขยายความร่วมมือกว่านี้ได้อีก เทศกาลมันน่าจะมีความน่าตื่นตามากกว่านี้ และตอบโจทย์ Global Transformation ได้มากยิ่งขึ้น”

แม้ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ จะออกตัวว่าค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากแวดวงนักออกแบบ หากด้วยประสบการณ์ทำงานศิลปะมายาวนาน รวมถึงเคยรับหน้าที่เป็นหนึ่งในภัณฑารักษ์เทศกาลศิลปะ Thailand Biennale 2023 CEA สำนักภาคเหนือจึงชวนศิลปินผู้มีพื้นเพจากเชียงราย และเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ทั้งในกรุงเทพฯ และในระดับท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน มาร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือกผลงานจัดแสดงในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ปีนี้ บางทีความเป็น “คนนอก” วงการออกแบบนี่เองที่ทำให้เขาสนใจแนวคิดหลักของเทศกาลเป็นพิเศษ และคาดหวังถึงกลไกที่จะต่อยอด Local Thunders สู่ Global Transformation ได้จริง
“พื้นเพผมเป็นคนเชียงราย แต่มาเรียนมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ ความที่เมืองอยู่ไม่ไกลกัน หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสมาดูงานศิลปะตามแกลเลอรีต่าง ๆ รวมถึงมาดูเทศกาลงานออกแบบฯ อยู่บ่อย ๆ ผมมองว่าเชียงรายและเชียงใหม่มีจุดแข็งเหมือนกัน คือมีงานคราฟต์หรืองานหัตถกรรมเป็นต้นทุนที่ยอดเยี่ยม และมีนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่พร้อมนำต้นทุนเหล่านี้มาต่อยอด อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาผลงานเหล่านี้อาจตอบโจทย์แค่ระดับฟังก์ชัน ความสวยงาม หรือการเพิ่มมูลค่าให้วัสดุและภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่สัดส่วนของงานที่สร้างอิมแพคมากกว่านั้นยังไม่มากนัก
ผมคิดว่านี่คือโจทย์ที่เทศกาลงานออกแบบ รวมถึงตัวผมในฐานะกรรมการคนหนึ่ง ต้องสรรหาหรือกระตุ้นให้นักสร้างสรรค์ขับเคลื่อนผลงานไปอีกระดับให้ได้ เทศกาลฯ คือพื้นที่ของการทดลองเรื่องนี้ หลายคนอาจมองว่าในหลาย ๆ ปี โชว์เคสมันซ้ำ ๆ เล่าเรื่องคล้ายเดิม แต่ในฐานะคนทำงานศิลปะ ผมคิดว่าการพัฒนางานจากความซ้ำ ทำให้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ มันจะค่อย ๆ หล่อหลอมให้ผลงานและความคิดแหลมคมและสร้างผลกระทบที่มากกว่าเดิมได้เอง
จริง ๆ แล้ว Local Thunders, Global Transformation ถือเป็นคำใหญ่ทีเดียวนะครับ ผมคิดว่านักสร้างสรรค์ภาคเหนือ รวมถึงทั้งประเทศเราเนี่ย สร้างโลคัลธันเดอร์ได้อยู่แล้ว และเท่าที่ดูผลงานที่มานำเสนอ ก็คิดว่าเทศกาลปีนี้น่าจะสนุกและตื่นตาตื่นใจเลยล่ะ แต่ความท้าทายจริง ๆ คือจะทำอย่างไรให้ธันเดอร์นี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมันอาจไม่ใช่หน้าที่ของผู้จัดเทศกาลอย่างเดียว แต่ต้องประสานไปกับภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายต่าง ๆ ให้ข้อเสนอในงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ สามารถนำไปต่อยอดหรือใช้งานได้จริงทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ”
กรรมการคัดเลือกผลงานประเภท Design Showcases and Exhibitions และ Creative Business Showcases and Exhibitions / POP Market สำหรับเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 ปีนี้ ประกอบด้วย
กฤษณ์ พุฒพิมพ์ นักออกแบบ และเจ้าของ DOTS DESIGN STUDIO
ปิยะนันท์ มหานุภาพ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ (Nohmex)
วิสุทธิ์ ลิ้มอารีย์ ผู้ก่อตั้ง Asiatides Paris และเจ้าของ Wit’s Collection
อังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปิน และผู้ก่อตั้ง Artist + Run Gallery
อิ่มหทัย กันจินะ ผู้อำนวยการ CEA สำนักภาคเหนือ
#ChiangMaiDesignWeek #CMDW2026 #LocalThundersGlobalTransformation

