เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2026, 5–13 DEC

Local Thunders จะไปถึง Global Transformation ได้อย่างไร? คุยกับกรรมการ CMDW2026

เผยแพร่เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว

2

Local Thunders จะไปถึง Global Transformation ได้อย่างไร?

คุยกับกรรมการ CMDW 2026 ว่าด้วยความท้าทายของนักสร้างสรรค์ภาคเหนือ


Local Thunders, Global Transformation คือแนวคิดของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 หรือ Chiang Mai Design Week 2026 ปีนี้ ซึ่งฉายภาพของเสียงฟ้าร้องจากท้องถิ่นภาคเหนือ ในฐานะพลังสร้างสรรค์ที่ก่อตัวขึ้นจากรากเหง้าและภูมิปัญญาของพื้นที่ ก่อนแผ่ขยายแรงสะเทือนสู่แรงขับเคลื่อนที่พลิกโฉมและสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับสากล


ภายหลังเปิด Open Call คัดเลือกผลงานจากเหล่านักสร้างสรรค์ที่จะมาร่วมจุดประกายพลังงานใหม่ในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ปีนี้ เรามีโอกาสพูดคุยกับ 2 ใน 5 คณะกรรมการคัดเลือกผลงานประเภท Design Showcases and Exhibitions ได้แก่ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง Dots Design Studio และอังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปินและผู้ก่อตั้ง Artist + Run Gallery ถึงภาพรวมของผลงานที่ผ่านการคัดสรร และความคาดหวังที่อยากเห็นผลงานเหล่านั้นสะท้อนภาพ Local Thunders สู่ Global Transformation ได้อย่างแท้จริง


กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ย้อนกลับไปในปีแรกที่มีการจัดงาน กฤษณ์เคยนำผลงานจากสตูดิโอของเขา และผลงานของกลุ่ม Design Plant มาจัดแสดง และต่อมา เขาก็เป็นผู้ร่วมชมงานแทบทุกปีมานับทศวรรษ ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้เขายังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือกผลงานในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week) ด้วย และนี่คือมุมมองของกฤษณ์ในฐานะกรรมการคัดเลือก ผู้อยากเห็นโอกาสของนักสร้างสรรค์ไทยจากการจัดเทศกาลครั้งนี้



“ผมสนใจในงานออกแบบในฐานะเครื่องมือยกระดับวัตถุหรือเครื่องใช้ทั่ว ๆ ไปที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว ให้มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น พร้อมไปกับรูปลักษณ์ที่ตอบสนองกับรสนิยมของยุคสมัยมากขึ้น ความสนใจนี้สอดคล้องไปกับที่เหล่านักสร้างสรรค์ท้องถิ่นส่วนใหญ่กำลังทำอยู่ คือการนำอัตลักษณ์หรือคาแรกเตอร์ท้องถิ่นที่มีความยูนีก (Unique) มาต่อยอด แต่ความยูนีกนี้เองก็มีทั้งข้อดีและไม่ดี เอาข้อดีก่อน พอเราเลือกโจทย์การสร้างสรรค์ที่มันโลคัลมาก ๆ มันอาจจะสื่อสารกับคนท้องถิ่นหรือคนที่มีพื้นเพวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในมุมที่ผมทำงานเชิงพาณิชย์ ภาษาในการสื่อสารนี้มันอาจเฉพาะตัวเกินไป ทำให้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง


ในเรื่องนี้การหาสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับความเป็นสากลจึงสำคัญ ซึ่งเทศกาลงานออกแบบมันพยายามค้นหาสิ่งนี้มาตลอด ที่ผ่านมาเทศกาลฯ ก็พยายามเชื่อมกับเครือข่ายนักสร้างสรรค์นานาชาติผ่านการจัด International Pavillion มาตลอด โดยอีกสิ่งที่ผมมองว่ามันน่าจะช่วยได้ คือเราอาจต้องทำให้เทศกาลฯ มีความเป็นพาณิชย์มากขึ้น


ยกตัวอย่าง Milan Design Week ที่อิตาลี เราจะเห็นภาคธุรกิจมาร่วมอีเวนต์ค่อนข้างมาก แบรนด์รถยนต์อย่าง Audi, Peugeot หรือ Mazda หรือกระทั่งแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ใหญ่ ๆ เข้ามาเปิดบูธหรือพาวิลเลียน ควบคู่ไปกับแบรนด์ดีไซน์ของอิตาลี และโชว์เคสของศิลปินและนักออกแบบท้องถิ่น


มองในแง่หนึ่งมันก็เหมือนการเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ขายของ แต่ในฐานะเทศกาลที่มีการคัดกรองเนื้อหาให้ตอบโจทย์กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สิ่งนี้มันทำให้ผลงานของคนตัวเล็ก ๆ ถูกเห็นจากผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เช่นเดียวกับที่คนตัวเล็ก ๆ จะได้เห็นนวัตกรรมของแบรนด์ระดับนานาชาติ มันช่วยสร้างทั้งบทสนทนา และช่องทางที่จะทำให้งานสร้างสรรค์ท้องถิ่นสามารถเจอที่ทางที่ทำให้ผลงานพัฒนาในวงกว้างได้มากขึ้น


แน่นอน ที่ผ่านมาเทศกาลออกแบบเชียงใหม่เริ่มมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นแบรนด์ธุรกิจระดับประเทศมากขึ้นแล้ว แต่ผมคิดว่าถ้าเราขยายความร่วมมือกว่านี้ได้อีก เทศกาลมันน่าจะมีความน่าตื่นตามากกว่านี้ และตอบโจทย์ Global Transformation ได้มากยิ่งขึ้น”


แม้ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ จะออกตัวว่าค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากแวดวงนักออกแบบ หากด้วยประสบการณ์ทำงานศิลปะมายาวนาน รวมถึงเคยรับหน้าที่เป็นหนึ่งในภัณฑารักษ์เทศกาลศิลปะ Thailand Biennale 2023 CEA สำนักภาคเหนือจึงชวนศิลปินผู้มีพื้นเพจากเชียงราย และเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ทั้งในกรุงเทพฯ และในระดับท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน มาร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือกผลงานจัดแสดงในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ปีนี้ บางทีความเป็น “คนนอก” วงการออกแบบนี่เองที่ทำให้เขาสนใจแนวคิดหลักของเทศกาลเป็นพิเศษ และคาดหวังถึงกลไกที่จะต่อยอด Local Thunders สู่ Global Transformation ได้จริง



“พื้นเพผมเป็นคนเชียงราย แต่มาเรียนมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ ความที่เมืองอยู่ไม่ไกลกัน หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสมาดูงานศิลปะตามแกลเลอรีต่าง ๆ รวมถึงมาดูเทศกาลงานออกแบบฯ อยู่บ่อย ๆ ผมมองว่าเชียงรายและเชียงใหม่มีจุดแข็งเหมือนกัน คือมีงานคราฟต์หรืองานหัตถกรรมเป็นต้นทุนที่ยอดเยี่ยม และมีนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่พร้อมนำต้นทุนเหล่านี้มาต่อยอด อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาผลงานเหล่านี้อาจตอบโจทย์แค่ระดับฟังก์ชัน ความสวยงาม หรือการเพิ่มมูลค่าให้วัสดุและภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่สัดส่วนของงานที่สร้างอิมแพคมากกว่านั้นยังไม่มากนัก


ผมคิดว่านี่คือโจทย์ที่เทศกาลงานออกแบบ รวมถึงตัวผมในฐานะกรรมการคนหนึ่ง ต้องสรรหาหรือกระตุ้นให้นักสร้างสรรค์ขับเคลื่อนผลงานไปอีกระดับให้ได้ เทศกาลฯ คือพื้นที่ของการทดลองเรื่องนี้ หลายคนอาจมองว่าในหลาย ๆ ปี โชว์เคสมันซ้ำ ๆ เล่าเรื่องคล้ายเดิม แต่ในฐานะคนทำงานศิลปะ ผมคิดว่าการพัฒนางานจากความซ้ำ ทำให้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ มันจะค่อย ๆ หล่อหลอมให้ผลงานและความคิดแหลมคมและสร้างผลกระทบที่มากกว่าเดิมได้เอง


จริง ๆ แล้ว Local Thunders, Global Transformation ถือเป็นคำใหญ่ทีเดียวนะครับ ผมคิดว่านักสร้างสรรค์ภาคเหนือ รวมถึงทั้งประเทศเราเนี่ย สร้างโลคัลธันเดอร์ได้อยู่แล้ว และเท่าที่ดูผลงานที่มานำเสนอ ก็คิดว่าเทศกาลปีนี้น่าจะสนุกและตื่นตาตื่นใจเลยล่ะ แต่ความท้าทายจริง ๆ คือจะทำอย่างไรให้ธันเดอร์นี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมันอาจไม่ใช่หน้าที่ของผู้จัดเทศกาลอย่างเดียว แต่ต้องประสานไปกับภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายต่าง ๆ ให้ข้อเสนอในงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ สามารถนำไปต่อยอดหรือใช้งานได้จริงทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ”


กรรมการคัดเลือกผลงานประเภท Design Showcases and Exhibitions และ Creative Business Showcases and Exhibitions / POP Market สำหรับเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 ปีนี้ ประกอบด้วย

กฤษณ์ พุฒพิมพ์ นักออกแบบ และเจ้าของ DOTS DESIGN STUDIO

ปิยะนันท์ มหานุภาพ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ (Nohmex) 

วิสุทธิ์ ลิ้มอารีย์ ผู้ก่อตั้ง Asiatides Paris และเจ้าของ Wit’s Collection

อังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปิน และผู้ก่อตั้ง Artist + Run Gallery

อิ่มหทัย กันจินะ ผู้อำนวยการ CEA สำนักภาคเหนือ


#ChiangMaiDesignWeek #CMDW2026 #LocalThundersGlobalTransformation

แชร์